S-Works Tarmac SL6 : All-New Rider-First Engineered™ Tarmac

Sport Bicycle
2 เดือนที่แล้ว
S-Works Tarmac SL6 : All-New Rider-First Engineered™ Tarmac

S-Works Tarmac SL6 : All-New Rider-First Engineered™ Tarmac

Sport Bicycle

เป็นเวลากว่า 10 ปีที่เสือหมอบรุ่นยอดนิยมอย่าง Specialized Tarmac ได้ออกมาโลดแล่นอยู่บนถนนทั่วโลก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการเสือหมอบระดับแข่งขันด้วยการคว้าแชมป์ระดับโลกหลากหลายรายการ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันกว่า 5 Generation แล้วที่ Tarmac ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนทำให้กลายเป็นเฟรมจักรยานระดับแข่งขันที่ครองใจนักปั่นในทุกระดับ และการพัฒนาก็ได้เดินทางมาถึง generation ที่ 6 ด้วยบทพิสูจน์ตั้งแต่ SL1 จนถึง SL5 ที่คว้ามาหลากหลายรางวัลเสือหมอบยอดเยี่ยม และชัยชนะอย่างมากมาย ทำให้ Tarmac กลายเป็นจักรยานที่สมบูรณ์แบบในเกือบทุกด้าน ดังนั้นการจะสรรสร้างรุ่นใหม่ออกมาให้มีความสุดยิ่งกว่าเก่าดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โจทย์ในการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิมของ Specialized เลยต้องยากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

D5X_5738_BG

เมื่อโจทย์คือ "เพิ่มความแอโร่ลู่ลมโดยไม่เพิ่มน้ำหนักสักกรัม และต้องไม่ลดความสติฟลงแม้แต่น้อย" การพัฒนา Tarmac SL6 จึงมีความท้าทายอย่างมาก เทคโนโลยีต่างๆ นานาของ Specialized ถูกนำมาใช้สำหรับเฟรมรุ่นนี้โดยเฉพาะ เริ่มกันที่เส้นใยคาร์บอนที่ใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างเฟรม Specialized เลือกใช้ FACT Carbon 12R คาร์บอนเกรดสูงที่สุดเท่าที่แบรนด์นี้ได้เคยใช้ ซึ่งในอดีตคาร์บอนเกรดนี้ได้ถูกใช้สำหรับผลิตจักรยานรุ่น Limited ในจำนวนจำกัดเท่านั้น แต่สำหรับ Tarmac SL6 นี่คือการนำวัสดุเกรดสูงที่สุดมาใช้ให้เป็นมาตรฐานใหม่ พร้อมกับกรรมวิธีการวางเรียงชั้นของเส้นใยคาร์บอนที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงจากค่ายรถแข่งชื่อดังอย่าง McLaren ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์โดยเฉพาะ ให้คุณมั่นใจได้ในความเป็นสุดยอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก คาร์บอนแต่ละเส้นเรียงรายซ้อนทับกันทีละชั้นๆ ถักทอออกมาเป็นโครงท่อ พร้อมเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างปราณีตบรรจงออกมาเป็นเฟรม Tarmac SL6 สำหรับ ทุกผู้ ทุกคน

DSC00515

ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใด จะสูงเท่าไหร่ ก็จะมีเฟรมไซส์ให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับทุกคน ด้วยเทคโนโลยี Rider-First Engineered™ เทคโนโลยีที่จะทำให้ทุกเฟรมไซส์แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเท่าเทียมกัน ต้องขอขอบคุณระบบ Retül ที่ได้เก็บข้อมูลของนักปั่นเป็นจำนวนกว่า 40,000 คน เพื่อนำมาใช้สำหรับพัฒนา Geometry ของเฟรมให้รองรับกับสรีระที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงความสูงของนักปั่น ไม่ว่าคุณจะใช้เฟรมไซส์ไหน สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสเหมือนๆ กันก็คือความสติฟ ความเบา ความรวดเร็ว ความปราดเปรียว และประสิทธิภาพที่เหมือนกันในทุกขนาด

_JKN9969

ในด้านความปลอดภัย Tarmac SL6 ถือเป็นเสือหมอบรุ่นแรกของ Specialized ที่เลือกเปลี่ยนมาใช้ระบบเบรคแบบ Direct-Mount ซึ่งเป็นระบบเบรคแบบกล้ามเบรคที่มีกำลังเบรคสูง จากการใช้แกนเบรคถึง 2 แกนในการยึดเบรคกับเฟรม ทำให้มีแรงกดเบรคจากผ้าเบรคลงบนขอบล้อทั้ง 2 ด้านเท่าๆกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัยสูงสุดในทุกการปั่นนั่นเอง

DSC00408

อีกหนึ่งคุณสมบัติแบบใหม่ที่ได้ถูกเพิ่มเข้ามาใน Tarmac SL6 ก็คือความแอโร่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ของทาง Specialized ที่ต้องการให้เฟรมเสือหมอบสาย All-Around คันนี้มีรูปทรงที่ลู่ลม ด้วยการไล่ออกแบบเส้นสายของเฟรมใหม่หัวจรดหางออกแบบรูปทรงของท่อเฟรม และตะเกียบหน้าให้เป็นทรงแอโร่ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น ปรับดีไซน์ของจุดเชื่อมต่อในแต่ละท่อใหม่ให้สามารถฝ่ากระแสลมที่ความเร็วสูงได้ และเปลี่ยนหลักอานเป็นรูปทรง D-Shaped ที่มีความแอโร่มากยิ่งขึ้น

DSC00401

Tarmac SL6 ยังคงรักษาความสติฟ ของเฟรมเอาไว้ได้อย่างมั่นคง พร้อมกันนั้นก็ยังต้องมีน้ำหนักตัวที่เบาลงให้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า Tarmac SL6 รุ่นใหม่นี้ถือได้ว่า เป็นเฟรมเสือหมอบสาย All-Around โดยแท้จริง คือมีรูปทรงที่ปราดเปรียวพร้อมรบในทุกเส้นทาง มีความสติฟสูงสำหรับนักปั่นทุกสรีระ มีความแอโร่ลู่ลมสำหรับทางราบ มีน้ำหนักเบาสำหรับการไต่เขา และมีการควบคุมที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกย่านความเร็ว

NM_01_20170522_Specialized_0165

ถ้าคุณเป็นนักปั่นคนหนึ่งที่ติดตามการแข่งขันจักรยานเสือหมอบระดับโลกย่อมต้องรู้จักกับ Peter Sagan สุดยอดนักปั่นขวัญใจแฟนๆทั่วโลกจากทีม Bora-Hansgrohe ผู้เป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกในประเภทเสือหมอบถึง 2 สมัยซ้อนในปี 2015 และ 2016 อีกทั้งยังเป็นผู้ถือครองเสื้อเขียว เจ้าความเร็วในรายการแข่งขันระดับโลกอันยิ่งใหญ่อย่าง Tour de France มากถึง 5 สมัย! ซึ่งเสือหมอบ S-Works Tarmac คือจักรยานคู่ใจที่เขาผู้นี้ใช้คว้าแชมป์ต่างๆ มาตลอดในการฤดูกาลแข่งขันปีนี้ Sagan เองก็ได้เปลี่ยนมาใช้ S-Works Tarmac SL6 เช่นกัน และยังได้นำไปคว้าแชมป์ต่างๆมาแล้วอีกด้วย ถือเป็นการการันตีความยอดเยี่ยมของ Tarmac SL6 รุ่นใหม่นี้ได้อย่างดีทีเดียว

Sagan_Specialized_Tarmac_SL6-1

แม้แต่สปรินเตอร์ระดับโลกอย่าง Peter Sagan ยังเลือกใช้ ฉะนั้นเสือหมอบสาย All-Around คันนี้ก็ย่อมต้องมีความเร็ว ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน กล่าวคือ Tarmac SL6 คันนี้ต้องมีความแอโร่ด้วยนั่นเอง Specialized คือแบรนด์จักรยานรายเดียวของโลกที่มีอุโมงค์ลมเป็นของตัวเอง ในชื่อว่า Win-Tunnel ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้ ใช้สำหรับทดสอบความลู่ลมของจักรยาน และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดมา

5DS_1677

อย่างที่ได้กล่าวไปว่า Tarmac SL6 รุ่นนี้ได้ถูกออกแบบให้มีความแอโร่ยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาครั้งนี้ได้ผลลัพท์ตามเป้าหมาย Tarmac SL6 จึงต้องถูกนำมาทดสอบใน Win-Tunnel ด้วยเช่นกัน ซึ่งผลที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยม นั่นคือเมื่อ Tarmac SL6 ทำความเร็วที่ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป จะสามารถทำเวลาได้เร็วกว่า 45 วินาทีเมื่อเทียบกับ เสือหมอบอื่นๆ ในรุ่นน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน !

Tarmac0002

นอกจากจะมีความแอโร่แล้ว น้ำหนักยังต้องเบาสำหรับนำไปไต่ขึ้นเขาได้อย่างสบายๆอีกด้วย จึงจะสมกับเป็นสุดยอดเสือหมอบที่มีความสามารถรอบด้านนั่นเอง ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 733 กรัม ของเฟรม S-Works Tarmac SL6 Ultralight ไซส์ 56 และเมื่อมาในแบบประกอบเต็มคันเข้าคู่กับล้อ Roval CLX32 ชุดแฮนด์สเตม S-Works ขาจานคาร์บอน S-Works และชุดเกียร์ Shimano Duraace di2 จะมีน้ำหนักเพียง 6.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า Tarmac SL6 คือเสือหมอบน้ำหนักเบาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมคันหนึ่งของโลก อย่างไรก็ดีน้ำหนักเบาก็ไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นจุดเด่นของเฟรมรุ่นใหม่นี้ เพราะจุดเด่นที่แท้จริงของ Tarmac SL6 ก็คือประสิทธิภาพรอบด้านที่ยอดเยี่ยมที่สุดจาก Specialized นั่นเอง !

บทความอื่น